Daily life : วันนี้เป็นพระวันสุดท้ายก่อนจะออกไป ใช้ชีวิต“ปกติสุข” เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับชีวิตแต่เป็นที่น่าเสียดายที่ช่วงเวลานี้ช่างสั้นนัก ไม่ต่างอะไรกับชีวิตคนเรา ถ้านับเป็นวันตอนนี้เราคงเหลือประมาณ 17,000 กว่าวัน เราศึกษาพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับหลักคำสอนแต่คำสอนต่างๆกลับไม่ได้ช่วยอะไรเรามากนักเพราะเรายังห่างจากชั้นพระอาจารย์และพระท่านอื่นที่ศึกษามามากกว่าเรา แต่สำหรับเราครูชั้นเลิศและสุดยอดอาจารย์คือ “ประสบการณ์ชีวิต” เราได้เข้าใจคำพูดต่างๆที่ไม่เข้าใจในตอนนั้นได้อย่างลึกซึ้ง ประสบการณ์สอนให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆวัน ยอมรับความผิดพลาด และการเป็นตัวของตัวเอง ทิฐิและการคิดว่าเรารู้ทุกอย่างบนโลกแต่ตอนนี้เรากลับไม่แน่ใจ ความคิดทางจิตใจเปลี่ยนไปไม่เหมือนก่อน ทุกอย่างมีวันจบสิ้น แปรเปลี่ยนตามกาลเวลา ทุกสิ่งเริ่มเกิดได้ ก็มีหยุดได้ แต่สิ่งที่ไม่หยุดเลยคือกาลเวลา เพราะฉะนั้นทุกๆวินาทีที่เดินอยู่ จงคิดดี ทำดี กรรมดี สมองส่วนหน้าที่คิดวิเคราะห์ ประมวลผลของการกระทำ ไตร่ตรองอยู่เสมอ และไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ขอให้จงจำไว้คำเดียว ทุกการกระทำ เตือนตัวเองในใจจนกว่าจะตายนั้นคือคำว่า “สติ” เหมือนที่เราเดินขึ้นเขา ทุกอย่างมีความสำเร็จรออยู่ ช้าได้ เหนื่อยก็พัก และเดินต่อ ก้าวพลาดบ้างล้มบ้าง แต่ยังมีชีวิตอยู่ก็แค่ลุกและเดินต่อไป หันมามองข้างหลังบ้างว่าเราเดินมาไกลแค่ไหนแล้ว และกลุ่มคนที่เดินมาด้วยเป็นอย่างไรบ้าง ชื่นชมกันเอง ว่ามึงก็เก่งมากๆเลยนะ ถ้าจะสำเร็จเราต้องสำเร็จไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เมตตาต่อกัน เราได้แจกอาหารเด็กๆที่ไม่ค่อยได้รับโอกาส เราได้เห็นเด็กบางคนมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ แค่ไอศครีมถ้วยเล็ก รสชาติไม่ได้เหมือนแบรนด์ดังๆแต่เขากลับยิ้มออกมาแบบที่เรารู้สึกเป็นผู้ให้ เราได้สอนใครหลายๆคนกับสิ่งที่เราพอจะทำได้ ขอบคุณคนเหล่านั้นที่เปิดใจรับฟัง เราไม่ได้ดีไปกว่าใครแต่เราต้องดีกว่าคนเมื่อวาน เดินไปให้ถึงจุดยอดเขาที่ตั้งเป้าหมายไว้ และความสำเร็จเหล่านั้นจะตอบแทนสิ่งที่เราพยายามมาทั้งหมด ”พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เราเชื่อแต่สอนให้เราเข้าใจคำว่าชีวิต เพราะธรรมทั้งหมดทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่น“ การเล่าครั้งนี้เป็นการเตือนใจและเตือนสติของตัวเราเอง เราขอใช้พื้นที่นี้ในการเผยแพร่ความเข้าใจของเรา และหวังว่าทุกคนจะเปิดรับและเข้าใจตัวเองมากขึ้น ขอบคุณและเจริญพร.
01.29 19:24
